|
ดีท็อกซ์
Detox
ด้วยวิธีต่างๆ
Methods of detoxification
ในทางการแพทย์ การดีท็อกซ์
Detox
จะหมายถึงการขจัด บำบัดสารพิษ ออกจากร่างกาย
ของผู้ที่ติดยา สิ่งเสพติด และแอลกอฮอล์นั้น
มีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับการรักษา โดยส่วนมากแล้ว ศูนย์ดีท็อกซ์
detox centers
ต่างๆจะเน้นสิ่งสำคัญในการบริการการบำบัด
ที่จะช่วยให้ผู้ที่ติดแอลกอฮอล์และยาเสพติดเหล่านั้น
ที่กำลังอยู่ในช่วงทุกข์ทรมานอย่างมาก เพราะร่างกายกำลังต่อต้าน
กับความอยากยา หรือแอลกอฮอล์ ให้อาการทรมานเหล่านั้นได้บรรเทาลง
ด้วยการเพิ่มวิธีรักษาโดยการดูแลเอาใจใส่ ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
และบำบัดจิตใจ ฝึกสมาธิ ให้แน่วแน่ สามารถลดความหงุดหงิด
วิตกกังวลลงได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
ต่อมาได้มีการพัฒนาวิธีการดีท็อกซ์
detox
ที่จะขจัดสารพิษในอวัยวะต่างๆของคนทั่วๆไป
ที่ไม่ต้องถึงกับติดยาเสพติด หรือแอลกอฮอล์
โดยดัดแปลงมาในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น การรักษาด้วยน้ำ การอด งด
หรือควบคุมอาหาร การใช้สมุนไพรต่างๆ เช่น การดีท็อกซ์ลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำ
colon
hydrotherapy
การขจัดสารพิษด้วยน้ำผลไม้
body cleansing
การอด งดอาหารหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด
(คล้ายการถือศีลอด Fasting ในศาสนาอิสลาม
และคริสต์) แลละการอบเซาว์น่า sauna
ซึ่งทุกๆวิธีการเหล่านี้ ต่างก็มุ่งหมายที่จะช่วยเสริมการทำงาน
ดีท็อกซ์ detox ตามธรรมชาติของอวัยวะต่างๆ
ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การขจัดพิษออกจากร่างกาย
detox or body
cleansing ด้วยยา
ก็มีอยู่หลายวิธีเช่นกัน
โดยส่วนใหญ่จะอ้างสรรรพคุณในการขจัดสารพิษที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย
และสามารถรักษา หรือบรรเทาอาการของโรคต่างๆได้
ซึ่งเป็นผลจากที่ร่างกายได้ขับสารพิษอออกไป ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
จากการศึกษาพบว่า ในกลุ่มประชากรที่มีขนมธรรมเนียม หรือวัฒนธรรม
ที่เกี่ยวข้องกับการอดหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด
fasting
เพื่อขจัดพิษ
cleansing
นั้น จะมีสถิติการเป็นโรคอ้วน
และเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ที่ชาวตะวันตกเป็นกันนั้นน้อยมาก
หลักการขจัดพิษนี้ จึงเป็นที่สนใจของวงการแพทย์เป็นอย่างมาก
และในช่วงปี ค.ศ. 1920
แพทย์ชาวเยอรมันนี ชื่อ แมกซ์ เกอร์สัน
Max Gerson
ได้นำหลักการขจัดพิษในลำไส้ ร่วมกับการควบคุมอาหารให้คนไข้ ในการรักษาโรคมะเร็ง
ซึ่งหมอแมกซ์ เกอร์สัน ได้เผยแพร่วิธีการรักษาด้วยหลักการนี้
ไปยังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1938
และเขาได้อยู่ทีนั่นเพื่อพัฒนาการรักษาเพิ่มเติม จวบจนสิ้นชีวิตเมื่อ
ค.ศ. 1959
ในยุคระหว่าง ปี ค.ศ. 1920
-1940
เรื่อยไปนั้น การบำบัดรักษาด้วย
การขจัดพิษโดยใช้น้ำหรือดีท็อกซ์ด้วยน้ำ
hydrotherapy
ด้วยวิธีการที่แตกต่างหลากหลาย เช่นการสวนทวาร
และควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารโดยงดการบริโภคอาหารบางชนิด
แต่เพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเสริมเข้าไปแทน
ตามที่แพทย์ระบุ กลายเป็นวิธีการบำบัดรักษา โรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่
เรียกว่า
colon
hydrotherapy
ที่แพร่หลายและนิยมมากในสหรัฐอเมริกาในยุคนั้น โดยจะสังเกตว่ามีเครื่องมือที่ใช้ในการดีท็อกซ์ด้วยน้ำ
เช่น สวนล้างสำไส้ใหญ่ อยู่ทั่วไปตามโรงพยาบาล คลินิก
หรือสถานบำบัดต่างๆ
บางวิธีจะใช้การบำบัดด้วยธรรมชาติ
โดยแพทย์จะให้การรักษาโดยใช้สมุนไพรบางชนิด
และอาหารเสริมที่ทำจากดอกไม้และรากไม้หลายชนิด
การรักษานี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ปุบปับฉับพลัน ซึ่งจะเรียกว่า
การรักษาโดยธรรมชาติบำบัด
Naturopathy
ซึ่งก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
การขจัดพิษ นั้นมีอยู่หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
ว่ามุ่งเน้นไปที่
:
ขจัดพิษทั้งร่างกาย
Whole Body
Cleansing
หรือ
ขจัดพิษในอวัยวะเฉพาะส่วน
Speific
Organs
Cleansing
เช่น ลำไส้ใหญ่ ไต หรือตับ
การขจัดพิษอวัยวะเฉพาะส่วน
Specific Organs Cleansing
- การขจัดพิษในลำไส้ใหญ่
Colon Cleansing
จะใช้ไฟเบอร์
และอาหารเสริมสมุนไพรอื่นๆที่มีประโยชน์
ในการทำงานขจัดสารพิษที่ตกค้างอยู่ตามรอยหยักต่างๆของลำไส้
- การขจัดพิษในไต
Kidney
Cleansing
จะใช้น้ำผลไม้
อาหารเสริมและสมุนไพรต่างๆ ที่จะขจัดเศษนิ่วที่ตกตะกอนออกจากไต
- การขจัดพิษในตับ
Liver Cleansing
จะใช้การบริโภคอาหารเฉพาะ
เพื่อที่จะทำให้ตับและต่อมน้ำดี
ทำงานขจัดสารพิษและไขมันที่มีสารพิษสะสมอยู่
ออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขจัดพิษทั้งร่างกาย
Whole Body
Cleansing
- การดีท็อกซ์ขจัดเชื้อโรคปรสิตต่างๆ
Parasite cleansing
จะบริโภคสมุนไพรรสขมสกัด
อยู่ในรูปของของเหลวหรือเป็นเม็ดๆ
ในปริมาณเพียงพอจนปรสิตไม่สามารถอยู่ในสภาวะร่างกายนั้นได้
- การอดหรืองดอาหารในช่วงเวลาหนึ่ง
Fasting
เพื่อให้อวัยวะในส่วนที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียได้พักผ่อน
ส่งผลให้ร่างกายได้รักษาและพักฟื้นตัวเองโดยธรรมชาติ
- การขจัดพิษด้วยออกซิเจน
Oxygen therapy
การใช้ปฏิกิริยาเคมีจากกาซออกซิเจนในการสลายสารพิษและแบคทีเรีย
-
การขจัดพิษด้วยความร้อน
Hyperthermia
โดยจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น
เพื่อจะให้ร่างกายเร่งการรักษาตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย
การอดอาหารโดยดื่มน้ำได้อย่างเดียว Water
Fasting
ผู้ที่ต้องการขจัดพิษด้วยการอดอาหารดื่มเพียงแต่น้ำ
water
fasting
นั้น จะต้องอดอาหาร
และจะดื่มน้ำเมื่อกระหายน้ำเท่านั้น
ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ผู้ปฏิบัติมีความต้องการ
หรือเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่น
เพื่อต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพแก่ร่างกาย เพื่อทางด้านการแพทย์
และเป็นพิธีกรรมทางศาสนา
-
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแก่ร่างกาย
Health Improvement :
ด้วย
การอดอาหารแต่ดื่มน้ำขจัดพิษ
water fasting
บางครั้งวิธีการนี้ จะรวมอยู่ในแผนการอดอาหาร ของการดีท็อกซ์แบบเคร่งครัด
Intensive Detox Plan ด้วย
เพื่อร่างกายจะไม่ต้องเสียพลังงานในการย่อยอาหาร
แต่จะใช้พลังงานในการขับของเสียที่เป็นพิษออกมาแทน
ทำให้ร่างกายได้พักฟื้น ซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ
และปรับตัวจากที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากโปรตีนอื่นๆเข้ามาเพิ่มเติม
จึงเกิดการปรับตัว โดยดึงเอาพลังงานที่เก็บไว้ในรูปของไขมันออกมาใช้
ซึ่งระบบการเผาผลาญของร่างกาย ก็จะลดลงในช่วงที่ปฏิบัติการดีท็อกซ์อย่างเคร่งครัดนี้
ดังนั้นเระหว่างช่วงนี้
กิจกรรมต่างๆทั้งทางร่างกายและจิตใจก็จะต้องลดลงตาม
เพื่อความสอดคล้องและปลอดภัยของระบบต่างๆในร่างกาย
-
เพื่อทางด้านการแพทย์ Medical
Requirement
: ตามประวัติศาสตร์ การผ่าตัดต่างๆ
surgeries คนไข้จะต้องงดอาหารก่อน
เป็นเวลาครึ่งวัน ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด
เพื่อจะลดการเกิดกรดและอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ในกระเพาะอาหาร
ในระหว่างการผ่าตัด อย่างไรก็ดี จากการวิจัยแนะว่า จะดีขึ้นอีก!
หากให้คนไข้ โดยเฉพาะที่เป็นเด็ก
ได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ ในชั่วโมงท้ายของการงดอาหาร
-
พิธีกรรมทางศาสนา
Religious
Requirement
:
พิธีถือศีลอดในศาสนาอิสลาม หรือในศาสนาคริสต์
: ในโบสถ์แคทอลิค
Fasting in the Catholic Church
ชาวโรมันคาทอลิค จะถือศีลอด
water fast
ในพิธีชุมนุม Eucharistic Fast เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระเยซู
ผู้ที่ยอมเสียสละในการที่จะไถ่บาปแก่ชาวโลก
โดยยอมถูกตรึงด้วยไม้กางเขน ในช่วงนี้ จะต้องถือศีลอดอาหาร
แต่อนุญาตให้รับประทานยาได้ ตลอดจนผู้ที่มีปัญหาร่างกายต่อต้าน
หรือไม่สามารถทำการถือศีลอด ก็จะได้รับการยกเว้น ในโบสถ์คาทอลิคยังมีอีกพิธีอดอีกแบบหนึ่ง
ที่เรียกว่า Black Fast ซึงจะสามารถรับประทาน
ขนมปังและน้ำได้ ซึ่งตามปกติแล้วการกระทำเช่นนี้
จะปฏิบัติกันเพียงในหมู่นักบวช และผู้ที่เคร่งศาสนา
ซึ่งต้องการข่มจิตใจเสมือนการทรมานตน แต่หากชาวคาทอลิคคนใด
ต้องการจะปฏิบัติตามพิธีกรรมนี้ก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน
|